NIIGATA
  • TOKYO
  • NIIGATA

THE BEAUTY OF JAPAN'S TRADITION

บอนไซเป็นวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่น หลังจากชมบอนไซอันสวยงามที่ซ่อนความขมขื่นของธรรมชาติไว้ภายในแล้วก็เดินทางไปชมพิพิธภัณฑ์เกษตรกรรมมัทสึไดโนบุไตที่ผสมผสานความเป็นธรรมชาติของหุบเขาและศิลปะไว้ด้วยกัน ท่านจะได้เห็นวัฒนธรรมเกษตรกรรมและประเพณีดั้งเดิม เป็นการท่องเที่ยวที่สัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นในหลายรูปแบบในครั้งเดียว

Official Tokyo Travel Guide
https://www.gotokyo.org/th/

Local government official website
http://enjoyniigata.com/en/

นักท่องเที่ยว

  • Traveled : October,2018 PACE CHENG
    บล็อกเกอร์ท่องเที่ยว
    ที่อยู่อาศัย:ชาวฮ่องกง
  • Traveled : October,2018 มิกะ ริน
    ผู้สื่อข่าวด้านการท่องเที่ยว
    ที่อยู่อาศัย:โตเกียว
    สถานที่เกิด:ฮ่องกง

ท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกง

JAL026 ตรวจสอบวิธีการเดินทางจากประเทศของตนเอ

  • PACE CHENG

    ถ้าจะบิน อย่างไรก็ต้อง JAL เลยครับถึงจะดี โดยเฉพาะพนักงานต้อนรับที่ใจดี บริการสุภาพและอาหารที่หลากหลายก็ยอดเยี่ยมเช่นกัน ที่นั่งสบายและกว้างขวาง แถมยังมีภาพยนตร์ใหม่ๆ เตรียมไว้ให้บริการอีกด้วย บริการของพนักงานต้อนรับก็สุภาพอ่อนโยน เรียกว่าเป็นเที่ยวบินที่สะดวกสบายตามที่คาดหวังเลยครับ

ท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียวmore

ท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียว

เป็นประตูเข้าออกทางอากาศของโตเกียว ภายในอาคารผู้โดยสารเต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกเชิงพาณิชย์มากมาย สามารถชมทิวทัศน์ของอ่าวโตเกียวได้จากจุดชมวิวบนดาดฟ้า ถึงแม้จะไม่ใช่ผู้โดยสารที่จะเดินทางก็สามารถเพลิดเพลินได้

ภายในกรุงโตเกียว

วันแรก

TOKYO

พิพิธภัณฑ์บอนไซชุนคะเอ็น
more

แหล่งท่องเที่ยวแนะนำ

พิพิธภัณฑ์บอนไซชุนคะเอ็น<br>

บอนไซคืองานศิลปะแห่งการสร้างสรรค์ทิวทัศน์ทางธรรมชาติอันงดงามไว้ในกระถางใบเล็ก
พิพิธภัณฑ์บอนไซชุนคะเอ็นในเขตเอโดกาวะของโตเกียวนั้นสร้างขึ้นในปี ค.ศ.2002 ด้วยความปรารถนาที่จะเผยแพร่บอนไซไปทั่วโลกของคุณคุนิโอะ โคบายาชิ ผู้เป็นศิลปินบอนไซ และผู้ได้รับรางวัลซึ่งเป็นหนึ่งในสามรางวัลที่ยิ่งใหญ่ของประเทศญี่ปุ่นจากนายกรัฐมนตรี รวมถึงรางวัลวัฒนธรรมฮิกาชิ คุนิโนะมิยะ ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีบอนไซเรียงรายในสวนมากกว่า 1,000 ต้น สระน้ำที่มีปลาคาร์ปแหวกว่ายกันอย่างงดงาม และบ้านแบบญี่ปุ่นอันแสนโอ่อ่า กระถางแต่ละใบมีรูปทรงที่แตกต่างกัน แต่ทั้งหมดล้วนมีความสวยและสง่างาม ที่นี่ยังมีชั้นเรียน (มีค่าใช้จ่ายและมีการสอนเป็นภาษาอังกฤษและภาษาจีน) ซึ่งคุณสามารถเข้าร่วมเพื่อสัมผัสความงามของบอนไซได้โดยการจองล่วงหน้าสามวัน คุณสามารถมาเรียนได้แบบตัวเปล่าเนื่องจากจะมีการเตรียมบอนไซสำหรับการฝึกและอุปกรณ์ไว้ให้ และยังสามารถนำบอนไซที่ทำเสร็จแล้วกลับบ้านได้โดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ขอเชิญแวะมาเยี่ยมชมและสัมผัสความงดงามของบอนไซได้ที่นี่

  • PACE CHENG

    พิพิธภัณฑ์ศิลปะต้นบอนไซดีกว่าที่จินตนาการเอาไว้มากและสนุกสนานเกินคาดเลยครับ ต้นบอนไซมีภาพลักษณ์ที่มืดมนเล็กน้อย แต่การอธิบายของพนักงานและกิจกรรมให้สัมผัสประสบการณ์ยอดเยี่ยมมากครับ แม้ภายในอาคารจะไม่กว้างขวางมากนักแต่ถ่ายภาพออกมาได้สวยทีเดียว

  • มิกะ ริน

    โตเกียวมีภาพลักษณ์ว่าเป็นเมืองใหญ่ ฉันไม่รู้มาก่อนเลยค่ะว่ามีพิพิธภัณฑ์ศิลปะต้นบอนไซที่เก่าแก่เช่นนี้ตั้งอยู่ด้วย สวนภายในอาคารก็สวยงามเหมือนสวรรค์บนดินจนฉันตกใจมากเลยล่ะค่ะ! ครั้งนี้ฉันได้เข้าร่วมชั้นเรียนทำต้นบอนไซที่ไซชุนคะเอ็นด้วย ผู้สอนให้ความรู้เกี่ยวกับต้นบอนไซ วิธีพันลวดบนก้านต้นสนขาวญี่ปุ่นขนาดเล็กและอื่นๆ อย่างละเอียดด้วยภาษาจีนค่ะ ฉันจึงได้ประสบการณ์ที่ล้ำค่าอย่างมาก ด้วยความพยายามต่างๆ นี้เองที่ทำให้ต้นสนของฉันออกมาสวยงามเชียวค่ะ

สาย JR โซบุ รถไฟธรรมดา (จอดทุกสถานี)
โคอิวะ --> โยโยงิ

สาย JR ยามาโนเตะ
โยโยงิ --> ชิบุยะ
(40 นาที/390 เยน) *เวลาและค่าโดยสารจากโคอิวะ

ชิบุยะmore

ชิบุยะ

ศูนย์กลางของความเป็นวัยรุ่นถูกรวบรวมไว้ที่นี่ทั้งร้านอาหารสุดอินเทรนด์ บาร์ คลับและไลฟ์เฮ้าส์ ห้างสรรพค้าและแหล่งช้อปปิ้งที่เรียงรายตอบสนองทุกความต้องการอันร้อนแรงของเหล่าวัยรุ่น ยิ่งถ้าต้องการของน่ารักสดใสสุดแสนคาวาอี้ที่ตีพิมพ์ลงในนิตยสารของญี่ปุ่นแล้วล่ะก็ อย่าพลาดการมาชิบูย่าเชียวนะ ช้อปเสร็จก็พักผ่อนฝากท้องกับคาเฟ่มีสไตล์และร้านอาหารจุกจิกราคาเบาๆ ได้อีกด้วย แต่ยังไงก็อย่าลืมรูปปั้นสุนัข ฮาจิโกะ และ “ทางม้าลายยักษ์ข้ามถนนห้าแยก” ที่เป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยม

  • PACE CHENG

    ร้านไรอัน : คือร้านโซบะสไตล์ใหม่ที่หรูหรา แต่บรรยากาศและอาหารมีคุณภาพดี จึงเหมาะกับวัยรุ่นเป็นพิเศษครับ

    ศาลเจ้าคนโนฮาจิมังกุ : แปลกใจเล็กน้อยครับที่มีศาลเจ้าอันมีประวัติยาวนานและมีขนาดใหญ่แบบนี้ตั้งอยู่ใจกลางชิบูยะเลย ผมแนะนำที่นี่เพราะมีสภาพแวดล้อมที่ดีอีกด้วย
    Shibuya Stream (ชิบูยะสตรีม) : มีร้านอาหารมากมายและบรรยากาศก็ดีเยี่ยม เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบสิ่งใหม่ๆ คุณจะได้สัมผัสกับประวัติศาสตร์ของรถไฟสายโตคิวโตโยโกะภายในอาคารนี้ครับ

  • มิกะ ริน

    ฉันรู้สึกประทับใจร้านโซบะชื่อไรอันมากค่ะ บรรยากาศกับการตกแต่งภายในของที่นี่เหมือนร้านอาหารหรือบาร์หรูๆ จนไม่คิดเลยค่ะว่าจะมีโซบะเป็นเมนูหลักแบบนี้! ปกติส่วนใหญ่เราจะทานโซบะกับเท็มปุระเป็นเซ็ตกัน แต่ที่นี่มีเสิร์ฟซาชิมิและอาหารว่างแสนประณีต ฉันเลยได้มองชื่นชมจนเต็มอิ่ม รวมไปถึงรสชาติด้วยค่ะ หลังจากทานโซบะเส้นเหนียวนุ่ม ฉันก็อิ่มมากแล้วค่ะ! แต่นอกจากนี้ที่นี่เรายังสามารถชมการทำเส้นโซบะด้วยมือภายในร้านได้อีกด้วยนะคะ

    นอกจากสถานที่ยอดนิยมอย่างรูปปั้นฮาจิโก แยกชิบูยะ และอื่นๆ ฉันก็ไม่พลาดที่จะไปเดินเล่นที่ศาลเจ้าคนโนฮาจิมังกุแบบดั้งเดิมกับ Shibuya Stream (ชิบูยะสตรีม) ซึ่งเพิ่งเปิดใหม่ค่ะ โดนดึงดูดใจด้วยเสน่ห์หลากหลายของชิบูยะทั้งใหม่และเก่าเข้าให้แล้วล่ะค่ะ! สิ่งที่ตราตรึงใจมากที่สุดคงหนีไม่พ้นวินาทีที่มองแยกชิบูยะลงมาจากจุดชมวิวบนดาดฟ้าของอาคาร SHIBUYA 109 ทั้งผู้คนทั้งรถยนต์ต่างก็มีระเบียบ และวิวนั้นก็สร้างความประทับใจให้ฉันมากเลยค่ะ

สายโตคิว โทโยโกะ
ชิบุยะ --> ไดคันยามะ
(3 นาที/130 เยน)

ไดคังยามะmore

ไดคังยามะ

ไดคังยามะเป็นจุดเริ่มต้นของความทันสมัยล่าสุด อีกทั้งยังเป็นที่รู้จักในฐานะย่านที่พักอาศัยระดับไฮเอนด์ มีจุดเด่นอยู่ที่สถานทูตและบ้านพักของชาวต่างชาติให้บรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์และเป็นสากล ถนนสายหลักจากสถานีไดคังยามะ รวมถึงถนนฮาจิมังที่เชื่อมต่อไปยังชิบูย่า ถนนยามาเตะเดิมที่มุ่งหน้าไปยังถนนโคมาบะและโคมาซาวะที่ไปถึงเอบิสุ ถนนเหล่านี้เป็นทางลาดไปตามไหล่เขาซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของบริเวณใกล้เคียงที่มีร้านจำหน่ายสินค้าไฮเอนด์และร้านค้าที่มีเอกลักษณ์ รวมถึงร้านอาหาร ซึ่งให้บริการสำหรับการทำกิจกรรมนอกบ้าน ทั้งเพลิดเพลินกับการช็อปปิ้งและการรับประทานอาหาร ถนนกว้างเรียงรายไปด้วยต้นไม้เขียวขจีและต้นไม้สูงมากมาย แม้จะตั้งอยู่ในใจกลางเมืองแต่ก็เป็นทิวทัศน์ที่สวยงามเหมาะกับการเดินเล่น

  • PACE CHENG

    ไดคังยามะเป็นจุดที่เหมาะสำหรับเดินเล่นครับ เราสามารถช็อปปิ้งได้ในบรรยากาศสบายๆ จัดว่ามีสินค้าแบรนด์ราคาแพงอยู่มาก แต่แค่ได้ชมก็เพลินแล้วล่ะครับ ร้านหนังสือซึทายะ (TSUTAYA) เป็นร้านที่ผมขอแนะนำที่สุดในบรรดาที่กล่าวมา อดีตบ้านอาซาคุระก็มีจุดน่าชมมากกว่าที่จินตนาการเอาไว้มาก ทัศนียภาพสวยงาม สถาปัตยกรรมมีความสง่างาม ค่าเข้าชมย่อมเยา และอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟด้วยครับ แม้ตอนนี้จะมีเสน่ห์มากพอแล้ว แต่หากมีกิจกรรมใส่ชุดกิโมโนหรือพิธีชงชาด้วยก็อาจจะยิ่งเพิ่มความสนุกสนานมากขึ้นไปอีกครับ

  • มิกะ ริน

    ไดคังยามะมีภาพลักษณ์ว่าเป็นสถานที่ "หรูหรา" "เก๋ไก๋" และ "มีรสนิยม" ใช่ไหมล่ะคะ ซึ่งที่ T-SITE (ร้านหนังสือซึทายะ (TSUTAYA)) ของไดคังยามะก็มีปัจจัยทั้งหมดที่ว่านั่นครบเลยค่ะ! อดีตบ้านอาซาคุระเป็นบ้านเก่าที่มีประวัติยาวนาน และยังสัมผัสได้ถึง "ความยินดีในการบริการ" ซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้วค่ะ นอกจากนี้ดีไซน์ภายในของร้านคาเฟ่ BOMBAY BAZAR ยังมีเอกลักษณ์มากๆ เก้าอี้แต่ละตัวจะแตกต่างกัน แถมห้องน้ำยังสวยอย่างกับภาพเขียนเลยล่ะค่ะ

  • PACE CHENG

    ร้านทัตซึคิจิ สาขาอากิฮาบาระ: คือร้านอาหารเสียบไม้ทอดที่พิถีพิถันและมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว แม้แต่ชาวต่างชาติก็สื่อสารทำความเข้าใจได้ไม่ยาก ภาพที่พ่อครัวมายืนปรุงอาหารตรงหน้าจะดึงดูดสายตาคุณเลยล่ะครับ อร่อยแล้วยังราคาไม่แพงอีกด้วย

  • มิกะ ริน

    ร้านทาจิคิจิ สาขาอากิฮาบาระ : ร้านอาหารเสียบไม้ทอดที่มีความพิเศษคือที่นี่ไม่มีเมนูเลยค่ะ เพียงคุณบอกวัตถุดิบอาหารที่โปรดปรานหรือที่ทานไม่ได้ เพียงเท่านี้คุณก็จะได้ทานอาหารเสียบไม้ทอดที่ทำให้รู้สึกแปลกใจแล้วค่ะ ภายในร้านส่วนมากจะเป็นที่นั่งเคาน์เตอร์ จึงสามารถทานอาหารเสียบไม้ทอดและดื่มระหว่างพูดคุยกับเชฟไปด้วยได้ ไม่ว่าจะไปกับเพื่อนหรือไปคนเดียวก็เพลิดเพลินได้นะคะ

โรงแรมอากิฮาบาระ วอชิงตัน

  • PACE CHENG

    ทำเลดีใกล้กับสถานีรถไฟ บริเวณโดยรอบมีสถานที่ให้ทานอาหารและช็อปปิ้งอยู่มากมาย ห้องกว้างพอประมาณ อีกทั้งมีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมสรรพ ไม่มีปัญหาเรื่องความเร็วอินเทอร์เน็ต เตียงก็นุ่มสบาย โทรทัศน์ก็ขนาดใหญ่กว่าที่คิดครับ

  • มิกะ ริน

    โรงแรมอากิฮาบาระ วอชิงตันเป็นโรงแรมที่สะดวกต่อการเดินทางอย่างมาก และมองเห็นทันทีหลังออกมาจากประตูกลางทิศใต้ของอากิฮาบาระ ห้องกว้างและสวยงาม เตียงก็นอนสบาย ในห้องมีสมาร์ตโฟนที่สามารถแสดงเป็นอักษรภาษาจีนตัวเต็มอยู่จึงสะดวกอย่างมากค่ะ

วันที่สอง

HOKURIKU(NIIGATA)

สถานีโตเกียวmore

สถานีโตเกียว

อาคารมารุโนะอุจิของสถานีโตเกียวได้รับการอนุรักษ์และบูรณะแล้วเสร็จในเดือนตุลาคมปี 2012 เป็นอาคารอิฐสีแดงที่เป็นสัญลักษณ์ของสถานีโตเกียวที่เป็นที่ชื่นชอบของผู้คนมานานได้กลับมาอีกครั้งพร้อมกับประวัติศาสตร์และความยิ่งใหญ่ของตัวอาคารเดิมที่มีอายุกว่าร้อยปี และยังเป็นการเปิดให้บริการอีกครั้งของโรงแรมสถานีโตเกียวและหอศิลป์สถานีโตเกียว โดยโรงแรมถือว่าเป็นโรงแรมเพียงแห่งเดียวที่ตั้งอยู่ในย่านที่มีทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญของญี่ปุ่น การตกแต่งภายในเป็นแบบสไตล์ยุโรปคลาสสิกและดูภูมิฐานผสมผสานกับความงดงามของอาคารมารุโนะอุจิภายนอก

ชินคันเซ็น JR โจเอ็ตสึ

  • PACE CHENG

    ผมแนะนำชั้น 2 ของรถไฟชินคันเซ็นมาตลอดตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้วครับ เพราะสามารถเพลิดเพลินกับทิวทัศน์อันกว้างใหญ่ตลอดทางรถไฟ และรู้สึกว่าพื้นที่เก้าอี้นั่งก็กว้างด้วยนะครับ

  • มิกะ ริน

    สะดวกมากเพราะออกเดินทางจากสถานีอุเอโนะได้ด้วย ฉันนั่งรถไฟชินคันเซ็นแบบไม่เร่งรีบพร้อมกับทานข้าวกล่องสถานีซึ่งซื้อก่อนขึ้นรถไฟด้วยนะคะ ใช้เวลา 1 ชม. 20 นาที จากโตเกียวถึงเอจิโกะ ยูซาวะ (Echigo Yuzawa) ถ้ารู้ว่าจะเร็วแบบนี้ ฉันคงจะไปเที่ยวนีงาตะให้เร็วกว่านี้แล้วล่ะค่ะ! รถไฟชินคันเซ็นนี่สะดวกจริงๆ เลย!

สถานีเอจิโกะยูซาวะmore

สถานีเอจิโกะยูซาวะ

โคโคโล่ยูซาวะกังกิโดริเปิดให้บริการในเดือนธันวาคม ปี 2009 "กังกิโดริ" คือถนนที่มีบรรยากาศแบบวันวานที่สร้างขึ้นใหม่โดยจำลองมาจากรูปแบบของบ้านเมืองในช่วงต้นยุคโชวะซึ่งมีร้านค้าที่มีหลังคายื่นออกมาตั้งเรียงรายตามตรอกเล็กๆ ("กังกิ") ร้านค้าต่างๆ มีของที่ระลึกท้องถิ่นวางจำหน่ายรวมถึง "ซาซะดังโงะ (ขนมปั้นเป็นก้อนห่อด้วยใบไผ่)" ซึ่งเป็นขนมประจำจังหวัดนีงาตะ อาคารของสถานีมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น "ทาเบะอะรุคิโยโคโจ" ถนนที่เรียงรายไปด้วยร้านอาหาร ศูนย์บริการข้อมูลท่องเที่ยว ศูนย์นักท่องเที่ยวซึ่งเป็นที่ตั้งของเคาน์เตอร์ให้บริการเช่ารถ และพอนชูคังที่จำหน่ายสาเกหลากหลายชนิด

รถไฟด่วนโฮคุเอ็ตสึ สายโฮคุโฮคุ
สถานีเอจิโกะยุซาวะ → มัตสึได
(ประมาณ 30 นาที)

  • PACE CHENG

    ฮิคาริโนะยาคาตะ : ผมชมผลงานศิลปะของเจมส์ เทอร์เรล (James Turrell) มาเยอะทีเดียวครับ และนี่เป็นหนึ่งในผลงานที่มีเสน่ห์อย่างมากและแสดงถึงเอกลักษณ์มากที่สุด หากได้พักในอาคารที่ให้ประสบการณ์ได้มากสักคืนแบบนี้ ก็คงจะยิ่งทำให้รู้สึกประทับใจเป็นแน่ครับ

    Kiss & Goodbye : จิมมี่มีชื่อเสียงโด่งดังที่ฮ่องกงมากครับ นิทรรศการผลงานศิลปะจิมมี่ตรงนี้มีความน่าสนใจ ถ่ายภาพได้สวย และควรค่าแก่การมาเยือน นิทรรศการอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟจึงเดินทางไปได้สะดวก

    "โซบะโนะซาโตะ (แดนแห่งโซบะ)" : ไม่ค่อยได้เห็นการจับคู่ระหว่างบุฟเฟต์กับโซบะเท่าไหร่ครับ ภายในร้านมีบรรยากาศอบอุ่นของร้านอาหารแบบครอบครัว ราคาก็ย่อมเยา มองเห็นวิวสวยงามจากบนชั้น 2 แต่ประเด็นสำคัญที่สุดอยู่ที่โซบะรสชาติอร่อยมากๆ นี้ครับ

  • มิกะ ริน

    ลักษณะภายนอกของฮิคาริโนะยาคาตะจะเห็นเป็นสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม แต่ภายในคุณจะได้สัมผัสประสบการณ์โลกแห่งแสงอันน่าอัศจรรย์! ห้องหนึ่งมีหน้าต่างทรงสี่เหลี่ยมบนเพดานซึ่งจะเปิดในวันที่อากาศแจ่มใส สามารถชมวิวท้องฟ้าได้จากตรงนั้นเลยค่ะ การนอนกลิ้งบนพื้นและชมวิวท้องฟ้าจากหน้าต่างบนเพดานพร้อมอาบแสงแดดธรรมชาตินั้นช่างทำให้รู้สึกดีมากๆ เลยค่ะ

    Kiss & Goodbye : "เทศกาลศิลปะแห่งธรณี" มีชื่อเสียงมาก แม้ฉันจะเคยเห็นผลงานต่างๆ มาก่อนแล้ว แต่การมาสถานที่จริงและชมด้วยตาของตนเองก็ทำให้ประทับใจมากยิ่งกว่าอีกค่ะ ห้องที่แขวนผลงานของจิมมี่ เลี่ยว (Jimmy Liao) ทำให้รู้สึกเหมือนฝันและทำให้ความทรงจำวัยเด็กพรั่งพรูออกมาราวกับได้เข้าไปอยู่ในหนังสือภาพของจิมมี่ เลี่ยวอย่างไรอย่างนั้นเลยค่ะ

    "โซบะโนะซาโตะ (แดนแห่งโซบะ)" มีเครื่องเคียงหลายชนิด นอกจากอาหารประจำร้านอย่างเท็มปุระแล้ว ที่นี่ยังมีวัตถุดิบอาหารท้องถิ่นอย่างอาหารตุ๋น ดอง และอื่นๆ อีกด้วยนะคะ นอกจากนี้โซบะของที่นี่ยังแตกต่างกับโซบะของที่อื่น เพราะมีการแบ่งออกเป็นช่อๆ และยังผสมสาหร่ายทะเลเพิ่มลงไปในตอนที่ทำเส้นด้วย จึงให้สัมผัสนุ่มลื่นและทานได้เรื่อยๆ ไม่มีเบื่อเลยล่ะค่ะ! มองออกไปด้านนอกจากหน้าต่างจะมองเห็นไร่ได้ด้วย ได้ชมวิวพลางดื่มด่ำกับโซบะแบบนี้ทำให้ฉันรู้สึกดีมากๆ ค่ะ

มัตสึไดโนบุไตmore

แหล่งท่องเที่ยวแนะนำ

มัตสึไดโนบุไต

บริเวณมัตสึไดในเมืองโทคามาจิมีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขา และเป็นที่ทราบกันว่าเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีหิมะตกหนักที่สุดในโลกช่วงฤดูหนาว การปลูกข้าวบนเชิงเขา การผันน้ำเพื่อสร้างพื้นที่ทำนา และการปลูกต้นไม้หลังจากดินถล่มเป็นวิถีของชาวบ้านที่นี่ในการอยู่ร่วมกับธรรมชาติซึ่งมีชื่อเรียกว่า "ซาโตยามะ" ที่ญี่ปุ่นได้เผยแพร่ไปทั่วโลก มัตสึไดโนบุไตคือพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งด้านวัฒนธรรมและศิลปะที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรสำหรับการค้นคว้าและส่งเสริมการใช้ชีวิตรูปแบบเดียวกันนี้ในประเทศที่มีหิมะตก

  • PACE CHENG

    มาเยือนเป็นครั้งที่ 2 แล้ว แต่ก็ยังคงตกตะลึงอย่างมากกับสถาปัตยกรรมและผลงานศิลปะในละแวกใกล้เคียง โดยเฉพาะผลงานของคุณคุซามะที่ดูอีกครั้งก็ยังรู้สึกประทับใจมาก ตัวสถาปัตยกรรมเองก็เหมาะเป็นจุดหมายปลายทางหลักสำหรับผู้ที่มาเทศกาลศิลปะแล้วตระเวนดูผลงานศิลปะในบริเวณใกล้เคียงครับ

    บิจินบายาชิ (ป่าสาวงาม) : ทิวทัศน์สวยงามจริงๆ และถ่ายภาพออกมาได้งดงามมาก เหมาะที่สุดโดยเฉพาะสำหรับโพสต์ลงอินสตาแกรมหรือเฟซบุ๊ก อีกทั้งเดินทางไปได้สะดวก โมริโนะเคียวชิสึ (ห้องเรียนในป่า) : มีลักษณะภายนอกที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นอย่างมาก นิทรรศการยอดเยี่ยมและทัศนียภาพที่ชมจากจุดชมวิวก็สวยงามครับ

  • มิกะ ริน

    ผลงานศิลปะที่ฉันชอบที่สุดในบรรดา "บ้านเกิดเทศกาลศิลปะแห่งธรณี" เอจิโกะ สึมาริ (Echigo Tsumari) คือ มัตสึได "โนบุไต" ค่ะ ถ้าถามว่าทำไม ก็เพราะห้องนี้ร้านอาหารและกระทั่งห้องน้ำยังมีจุด "ถ่ายภาพสวย" และดูน่าจะถ่ายภาพได้ทุกที่อีกด้วย ยกตัวอย่างเช่นร้านอาหารสีฟ้าแห่งนี้มีความน่าอัศจรรย์ อย่างโต๊ะหน้ากระจกสะท้อนภาพตกแต่งบนเพดานออกมาได้งดงามมากค่ะ! นอกจากนี้โต๊ะในห้องเรียนยังเป็นแบบกระดานดำให้ทุกคนได้ใช้ชอล์กวาดภาพ ห้องเรียนแสนวิเศษแบบนี้ทำให้อยากจะกลับไปใช้ชีวิตในโรงเรียนอีกครั้งเลยค่ะ! มันทำให้ฉันฉุกคิดได้ว่าศิลปะไม่ใช่เรื่องยาก มันมีอารมณ์ขัน และเป็นสิ่งที่อยู่ในชีวิตประจำวันของเราค่ะ

    ฉันเข้าใจผิดคิดว่าเป็นป่าที่มีสาวงามหลายคนค่ะ ตอนที่ได้ยินว่าเป็น "ป่าสาวงาม" ครั้งแรก ความจริง "ป่าสาวงาม" ก็คือป่าต้นบีชญี่ปุ่นนั่นเองค่ะ! ต้นบีชญี่ปุ่นจะเปลี่ยนสีและรูปร่างไปตามฤดูกาล ตอนที่พวกเราไปนั้นมีใบไม้ส่วนหนึ่งเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและสวยงามดั่งภาพวาดเลยค่ะ "โรงเรียนในป่า" มีลักษณะภายนอกเหมือนงูตัวใหญ่ยักษ์ค่ะ แต่ภายในนั้นนำเสนอประสบการณ์ธรรมชาติต่างๆ มากมาย ที่นี่เหมาะที่สุดสำหรับการมาเที่ยวแบบครอบครัวค่ะ

รถไฟด่วนโฮคุเอ็ตสึ สายโฮคุโฮคุ
มัตสึได → สถานีเอจิโกะยุซาวะ

โชเซ็นคาคุ คาเก็ตสึ

  • PACE CHENG

    โชเซ็นคาคุ คาเก็ตสึ : เรียวกังสไตล์ญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่มีบรรยากาศดี คุณจะได้เพลิดเพลินกับอาหารนีงาตะประจำฤดูกาลซึ่งจัดวางอย่างสวยงาม และยังจะได้รับการบริการต้อนรับจากใจที่ใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อีกด้วย เมนูสไตล์เขียนด้วยลายมือมีบันทึกไว้ว่าวัตถุดิบมาจากที่ใดของนีงาตะ และลักษณะเด่นของวัตถุดิบเอาไว้อย่างละเอียด ทำให้ระดับความชื่นชอบเพิ่มสูงเลยล่ะครับ

    เรียวกังพร้อมออนเซ็นชื่อดังในย่านยูซาวะ ตั้งอยู่ในเมืองออนเซ็นที่ค่อนข้างใกล้กับ JR ไม่ใช่แค่อาหารกับห้องพักที่มีความดั้งเดิมและยอดเยี่ยมเท่านั้น แต่ห้องพักยังกว้างขวางและสบาย บ่อแช่น้ำแร่กลางแจ้งก็ชั้นหนึ่ง แถมยังสัมผัสได้ถึงความเอาใจใส่ของพนักงานและหญิงเจ้าของโรงแรม (โอคามิซัง) ได้จากเมนูที่เขียนด้วยลายมือ ฯลฯ ซึ่งใช้ภายในอาคารครับ

  • มิกะ ริน

    ฉันทานมื้อค่ำที่ห้องสไตล์ญี่ปุ่น "โชเซ็นคาคุ คาเก็ตสึ" มาค่ะ การสวมชุดยูกาตะไปทานอาหารค่ำก็ดูสมกับเป็นญี่ปุ่นมากๆ เลย ที่นี่มีปริมาณและชนิดของอาหารหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเต้าหู้คุรุมิ ซาชิมิ หรือสุกี้ยากี้เนื้อวัว ฯลฯ ทุกเมนูล้วนมีความประณีตและสวยงาม ฉันรู้สึกพึงพอใจมากๆ เลยค่ะ นอกจากนี้บนแผนที่ภาพวาดด้วยมือยังเขียนถึงลักษณะเด่น แหล่งผลิต และข้อมูลอื่นๆ ของวัตถุดิบอาหาร ฉันจึงสัมผัสถึงความรู้สึกที่มีต่อลูกค้าและอาหารของคนปรุงอาหารได้ดีเลยค่ะ

    เรียวกังแห่งนี้เป็นที่นิยมในกลุ่มคนท้องถิ่นค่ะ การตกแต่งภายในและสวนภายในอาคารสไตล์ญี่ปุ่นก็ยอดเยี่ยมอย่างมาก ห้องที่ฉันพักกว้างมาก มีบ่อแช่น้ำร้อนด้วย และเป็นห้องสไตล์ญี่ปุ่นที่ปูที่นอนบนเสื่อค่ะ แนะนำให้ลงแช่ออนเซ็นในบ่อแช่น้ำกลางแจ้งในเช้าวันรุ่งขึ้นค่ะ

วันที่สาม

โชเซ็นคาคุ คาเก็ตสึ

  • PACE CHENG

    หุบเขาคิโยสึ : สถานที่นี้ผมขอแนะนำให้เป็นอันดับหนึ่งในกำหนดการเที่ยวครั้งนี้เป็นการส่วนตัวเลยครับ ไม่ใช่แค่วิวสวยๆ เท่านั้น ศิลปะที่ผสมกลมกลืนกับทิวทัศน์ในแบบเฉพาะของญี่ปุ่นอย่างสมบูรณ์แบบนี้ช่างวิเศษมากจริงๆ ครับ แม้จะยังไม่ถึงฤดูกาลใบไม้เปลี่ยนสีแต่นี่ก็ทำให้ผมรู้สึกประทับใจได้มากเพียงพอแล้วล่ะครับ สำหรับใครที่จะมาเยือนนีงาตะ ไม่ควรพลาดที่นี่เด็ดขาดครับ

    ถนนโบคุชิ : เรามีเวลาอยู่น้อยจึงไม่สามารถชมร้านค้าได้มากนัก แต่ผมรู้สึกนับถือในทัศนียภาพของบ้านเรือนโบราณซึ่งได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีเช่นนี้ ที่นี่เหมาะที่สุดสำหรับผู้ที่อยากจะชมญี่ปุ่นในช่วงสมัยเอโดะ คิดว่าคราวหน้าถ้ามีเวลาผมอยากจะค่อยๆ ตระเวนชมที่นี่ครับ

  • มิกะ ริน

    ถ้ามาหุบเขาคิโยสึก็ต้องไปอุโมงค์หุบเขาคิโยสึ แล้วเพลิดเพลินกับวิวธรรมชาติและศิลปะจากแสงไฟให้ได้นะคะ เมื่อเดินเข้าไปภายในอุโมงค์เรื่อยๆ แล้วก็จะเจอจุดน่าสนใจอย่าง "ซุยบังเคียว" โดย "ซุยบังเคียว" จะสะท้อนวิวอันสวยงามของหุบเขาคิโยสึแบบกลับหัวและทำให้กลายเป็นภาพทรงกลมที่งดงาม แน่นอนค่ะว่าฉันเองก็ไม่พลาดที่จะถ่ายภาพเก็บไว้เช่นกัน

    ถนนโบคุชิเป็นถนนเก่าซึ่งเต็มไปด้วยบรรยากาศแบบสมัยเอโดะค่ะ ที่นี่ไม่มีเสาไฟ ทำให้วิวของถนนโบคุชิกับท้องฟ้าสีครามช่างยอดเยี่ยมจริงๆ!
    นอกจากนี้ชิโอซาวะแห่งนี้มีชื่อเสียงเรื่องเทคนิคสิ่งทอดั้งเดิม ฉันไปเยือน "ร้านนากาจิมายะ" และชมสิ่งทอที่จัดแสดงภายในร้านอย่างผ้าเอจิโกะ-โจฟุและผ้าชิโอซาวะสึมุกิ ฯลฯ จากนั้นก็ได้ลองสวมเสื้อคลุมโบราณแบบญี่ปุ่น ฉันรู้สึกเป็นเกียรติมากๆ เลยค่ะ

ชินคันเซ็น JR โจเอ็ตสึ
สถานีเอจิโกะยุซาวะ → อุราสะ ประมาณ 10 นาที

จากนั้นนั่งแท็กซี่ต่อประมาณ 15 นาที จากสถานี JRอุราสะ

อุโอนุมะโนะซาโตะmore

อุโอนุมะโนะซาโตะ

ชาวบ้านที่อยู่ในอุโอนุมะซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีหิมะตกแห่งนี้ยังคงใช้ภูมิปัญญาของคนโบราณเพื่ออยู่ร่วมกับธรรมชาติ ในขณะเดียวกันก็รื่นรมย์ไปกับการเปลี่ยนผันของฤดูกาลทั้งสี่ และยังรักษาภูมิปัญญาเอาไว้เพื่อส่งต่อให้คนรุ่นหลัง พื้นที่แห่งนี้มีภูมิทัศน์ชนบทแบบซาโตยามะที่สวยงาม นักท่องเที่ยวสามารถมาผ่อนคลายในสถานที่ต่างๆ ที่กระจายอยู่ทั่วพื้นที่ซึ่งรวมถึง ฮักไกซังยูคิมูโระ ที่มีคาเฟ่ ร้านค้า ร้านขายเครื่องใช้ในครัว, ร้านโซบะยะนากาโมริ (ร้านโซบะ), บุกะบุงกะ (ร้านอาหารที่เสิร์ฟอาหารท้องถิ่น) ร้านซาโตยะ (ร้านขนมหวาน), ร้านสึสึมิยะฮาจิคุระ (มีบริการห่อของขวัญ) ฯลฯ ขอเชิญมาชื่นชมความงามของฤดูกาลทั้งสี่ที่จะนำความทรงจำในวันวานให้หวนกลับมา และค้นพบอุโอนุมะที่แท้จริงด้วยตัวคุณเอง

  • PACE CHENG

    น่าสนใจกว่าทัวร์โรงหมักเหล้าปกติตรงที่แทบจะไม่มีอาคารสไตล์ปัจจุบันอยู่เลย แน่นอนว่าสุราญี่ปุ่นมีรสชาติอร่อยและราคาก็ย่อมเยา ผมเองก็ซื้อกลับมานิดหน่อยเช่นกันครับ จะให้เป็นของขวัญหรือดื่มที่บ้านก็ได้ เรียกว่าเป็นสถานที่แวะระหว่างทางที่ดีมากทีเดียวครับ

    ร้านทัตสึซูชิ : ไม่คิดเลยว่าจะมีร้านซูชิที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้อยู่ในนีงาตะ เข้าใจเลยว่าทำไมถึงมีลูกค้าประจำมาเยือนไม่ขาด ขนาดผมเองยังอยากไปทานอีกเลยครับ ซูชิคุณภาพสูง ใช้วัตถุดิบตามฤดูกาล ทั้งยังทานได้ในราคาที่ย่อมเยากว่าที่โตเกียวอีกด้วย ราคาไม่แพงเลย ซูชิแบบนี้ถ้าเป็นโตเกียวคงไม่สามารถหาทานได้ถ้าไม่ควักจ่ายมากกว่านี้อีก 2 เท่าครับ

  • มิกะ ริน

    "ฮัคไกซัง ยูกิมูโระ" อัดแน่นด้วยหิมะ 1,000 ตัน และเป็นที่เก็บรักษาสุราญี่ปุ่นกับผัก ฉันรู้สึกทึ่งกับภูมิปัญญาของคนในสมัยก่อนที่คิดค้นวิธีเก็บรักษาธรรมชาติแบบนี้ได้จังค่ะ นอกจากนี้ในโกดังเก็บเหล้าโชจูยังมีเหล้าโชจูซึ่งเรียกว่า "เมมโมเรียลโชจู เมนโคมิไร" อีกด้วย มีการให้เขียนข้อความบนขวดและจะส่งให้คุณในภายหลังไม่เกิน 5 ปี ด้วยค่ะ
    เห็นข้อความอันอบอุ่นอย่าง "ปีนี้อายุ 65 แล้ว หลังจากนี้อีก 5 ปี เรามาชนแก้วกันอย่างร่าเริงในตอนที่อายุ 70 กันนะ!" แล้วก็ทำให้รู้สึกโรแมนติกขึ้นมาเลยค่ะ

    "ทัตสึซูชิ" เป็นร้านที่คุณ Chua Lam แนะนำมา ฉันเลยตั้งตารอจะมานานแล้วค่ะ! ขณะชมการปั้นซูชิพลางพูดคุยกับหัวหน้าพ่อครัวเป็นเวลาที่สนุกสนานมากๆ เมนูที่ตราตรึงใจในคราวนี้ก็คือ ซูชิปลาหมึก ซูชิปลาดาบเงินใหญ่ ซูชิปลาอาจิ ซูชิไข่หอยเม่น นอกจากนี้ปลาหมึกต้มนิ่มและปลาโนโดกุโระทอดคาราอาเกะก็เยี่ยมเช่นกันค่ะ

นั่งแท็กซี่ประมาณ 15 นาที ไปยังสถานี JR อุราสะ

JR โจเอ็ตสึ ชินคันเซ็น
อุราสะ → นีงาตะ
ประมาณ 35 นาที

สถานีนีงาตะmore

สถานีนีงาตะ

สถานีนีงาตะเป็นศูนย์กลางการเดินทางของเมืองนีงาตะ นอกจากศูนย์การค้าโคโคโล่ของสถานี และสวนสนุกสาเก "พอนชูคัง" แล้ว ที่นี่ยังมีร้านค้าต่างๆ มากมายซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถมาเลือกจับจ่ายและรับประทานอาหารได้อย่างเพลิดเพลิน

  • PACE CHENG

    พอนชุคังสถานีนีงาตะ : การได้ดื่มเหล้าญี่ปุ่นของนีงาตะ 5 ชนิด ในราคา 500 เยน ถือว่าคุ้มสุดๆ ครับ แถมวิธีดื่มชิมรสชาติยังน่าสนใจอีกด้วย นี่จึงเป็นสถานที่ที่มีเสน่ห์อย่างมากสำหรับนักท่องเที่ยว รวมทั้งมีร้านจำหน่ายสินค้าของฝากตั้งอยู่ จึงสะดวกสำหรับการซื้อสินค้าของฝากหลังจากได้ลองดื่มแล้วครับ

    ราชอาณาจักรแห่งเซ็มเบ้นีงาตะ : สนุกกว่าที่คาดไว้ครับ เดิมทีผมไม่ได้มีความสนใจกับเซ็มเบ้นัก แต่พอได้ลองลงมือทำเองก็รู้สึกสนใจขึ้นมากเลยครับ เซ็มเบ้ที่ทำด้วยตนเองได้กลายเป็นที่ระลึกอย่างดีสำหรับการเดินทาง และค่ากิจกรรมสัมผัสประสบการณ์ก็ราคาไม่สูงมากนักอีกด้วยครับ

  • มิกะ ริน

    สามารถซื้อของฝากประเภทต่างๆ ได้ที่ "พอนชุคังสถานีนีงาตะ" ภายในขวดแก้วจะมีผลไม้ตากแห้งอย่างแอปเปิลหรือส้มใส่เอาไว้ เมื่อเทเหล้าญี่ปุ่นลงไปแล้วก็จะกลายเป็นค็อกเทลแสนอร่อย! ยิ่งไปกว่านั้นมุมชิมสุรานั้นมีเหล้า 5 แก้วเล็ก ให้ได้ชิมตัดสินคุณภาพในราคา 500 เยน ฉันเลยเลือกสุราญี่ปุ่นของนีงาตะมาหลายขวดเลย มีเหล้าบ๊วยและนั่นก็รสอร่อยด้วยค่ะ

    เราสามารถมาลองปิ้งเซ็มเบ้กันได้ที่ "พิพิธภัณฑ์เซ็มเบ้นีงาตะ" ถ้ามาปิ้งเซ็มเบ้ตรงใกล้ๆ ตะแกรง จะรู้สึกอบอุ่นอย่างมากในฤดูหนาวค่ะ ระหว่างนั้นจะใช้ที่คีบหนีบยกขึ้นจากตะแกรง ฉันใช้โชยุเขียนภาพบนขนมเซมเบ้เองด้วยนะคะ
    แม้จะไม่ค่อยมั่นใจเรื่องศิลปะการวาดรูปแต่ก็ยังเขียนคุณหมีน่ารักๆ ออกมาได้ก็รู้สึกดีใจมากแล้วล่ะค่ะ!

รถไฟด่วนพิเศษสายหลัก JR อุเอ็ตสึ
นีงาตะ → มุราคามิ
ประมาณ 45 นาที

รถบัส
มุราคามิเอกิมาเอะ → เซนามิออนเซ็น
ประมาณ 10 นาที

ออนเซ็นเซนามิ นิวฮาร์ทเพีย นีงาตะเซนามิ

  • PACE CHENG

    มีอาหารอันโอชะจากภูเขาและทะเลมากมายของนีงาตะ แต่สิ่งที่ตราตรึงใจที่สุดในบรรดาอาหารเหล่านั้นก็คือรสชาติของเนื้อวัวมูราคามิย่างบนจานกระเบื้องร้อนและปลาแซลมอนหมักเกลือมูราคามินั่นเองครับ

    ชมวิวทะเลญี่ปุ่นอันสวยงามได้จากในห้อง ทั้งยังจะได้เพลิดเพลินกับออนเซ็นหลายชนิด อาหารและเหล้าสาเกอร่อยๆ อีกด้วย โดยรวมแล้วถือว่าคุ้มค่าคุ้มราคาทีเดียวครับ

  • มิกะ ริน

    มื้อเย็นที่เรียวกังออนเซ็นในวันนี้หรูหรามากทั้งเรื่องเมนูและปริมาณค่ะ เมนูที่ฉันโปรดปรานก็คือ ซาชิมิ เนื้อวัวญี่ปุ่นย่างบนจานกระเบื้องร้อน ปลาตาเดียวทอดคาราอาเกะ และเรื่องน่าตกใจสุดๆ คือมีปูด้วยค่ะ!
    ขาปูเนื้อหนาแน่น สดและหวานมาก ทำให้ฉันดีใจมากที่ได้ทานมื้อนี้ค่ะ

    ความโดดเด่นที่สุดของเรียวกังนี้คือทิวทัศน์นอกหน้าต่างค่ะ เพราะเมื่อเปิดม่านตอนเช้าก็จะเห็นทะเลสีน้ำเงินกว้างสุดลูกหูลูกตาอยู่เบื้องหน้า สวยมากๆ เลยค่ะ!
    ถ้าไปแช่ออนเซ็นตอนเช้าก็จะได้เพลิดเพลินกับการแช่ออนเซ็นอย่างหรูหราพร้อมได้ชมวิว ไม่ว่าจะมาเที่ยวแบบครอบครัวหรือการท่องเที่ยวของพนักงานบริษัทก็คิดว่าจะเพลิดเพลินกันได้ทุกคนค่ะ!

วันที่สี่

ออนเซ็นเซนามิ นิวฮาร์ทเพีย นีงาตะเซนามิ

รถบัส เซนามิออนเซ็น →  มุราคามิเอกิมาเอะ ประมาณ 10 นาที

เดินเที่ยวชมรอบๆ มุราคามิmore

เดินเที่ยวชมรอบๆ มุราคามิ

ในเมืองมุราคามิซึ่งเป็นอดีตเมืองรอบปราสาทมีบ้านโบราณที่ปัจจุบันยังคงถูกใช้เป็นที่พักอาศัยและร้านค้ากระจายอยู่ทั่วเมือง "มาจิยะ (ทาวน์เฮาส์แบบดั้งเดิม)" คือบ้านที่สร้างด้วยวิธีการแบบโบราณซึ่งเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมได้ ทำให้นักท่องเที่ยวเพลิดเพลินไปกับการเดินเที่ยวรอบๆ เมือง บริเวณใกล้เคียงกันยังเป็นที่ตั้งของเซนามิออนเซ็น สถานที่ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารชมวิวพระอาทิตย์ตกเหนือทะเลญี่ปุ่น พร้อมกับสัมผัสวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่นควบคู่ไปกับการลงแช่ในบ่อน้ำพุร้อนในเวลาเดียวกัน

  • PACE CHENG

    2 กิจกรรมสัมผัสลองลงมือทำก็สนุกดีครับ แม้การย้อมชาจะใช้เวลาเล็กน้อยแต่หากมีเวลาเหลือเฟือก็คุ้มที่จะลองทำนะครับ บรรยากาศย่านมูรายามะก็ดีมากแต่ที่นี่มีความหมายในอีกแบบหนึ่งสำหรับผม ไอดอลที่ผมชื่นชอบเกิดในเมืองมูราคามินั่นเอง เพราะฉะนั้นเลยสนใจสถานที่ที่เกี่ยวกับเธอมากเป็นพิเศษครับ นอกจากนี้ เซ็นเน็นซาเกะ คิกคาวะก็เป็นอีกสถานที่ที่ควรมาเยือน ปลาแซลมอนที่แขวนประดับอยู่ภายในอาคารก็ใช้ถ่ายภาพลงอินสตาแกรมได้สวยงามอีกด้วยครับ

    ถ้ามามูราคามิก็ต้องมาทานเนื้อวัวมูราคามิเลยครับ และถ้ามาที่ร้านจิโดริแห่งนี้ก็จะสามารถทานเนื้อย่างขึ้นชื่อได้ แถมยังมีราคาย่อมเยาอีกด้วย ซึ่งสิ่งสำคัญอันดับหนึ่งคือความอร่อย นี่เป็นร้านที่ได้รับความนิยมอย่างมากจึงไม่ควรพลาดที่จะไปทานเลยครับ

    โรงกลั่นสุราอิมายตสึคาสะ : เมื่อเทียบกับกิจกรรมสัมผัสประสบการณ์และการเที่ยวชมโรงหมักเหล้าแบบดั้งเดิมแล้ว ถือว่าไม่มีความโดดเด่นเท่ากับอุโอนุมะโนะซาโตะ (Uonuma No Sato) ตัวโรงหมักเหล้าเองมีชื่อเสียงโด่งดังอย่างมากจึงแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวครับ และสิ่งที่ผมขอแนะนำคือการลองดื่มชิมรสชาติสาเกด้วยตนเอง

  • มิกะ ริน

    เมืองมูราคามิเป็นเมืองปราสาทเก่าซึ่งคุณจะได้สัมผัสกับประสบการณ์วัฒนธรรมนีงาตะแบบดั้งเดิมค่ะ ถ้ามาเดินเล่นตอนเช้าจะได้พบกับความเงียบสงบมาก คนตามร้านค้าก็ใจดีมากด้วย แค่ได้มาอยู่ ณ ตรงนี้ก็สามารถผ่อนคลายได้แล้วค่ะ ลำดับแรกพวกเราไปลองลงมือย้อมชา (จาโซเมะ) ของตอนเหนือที่ "ร้านย้อมผ้ายามางามิ" ต้องผ่านกระบวนการใส่ "สารที่ช่วยย้อมติดเส้นใยได้ง่ายขึ้น" ลงบนผ้า เผาไฟ ต้มเดือด และขยี้จนได้ลวดลายออกมาสวยงาม หลังจากนั้นฉันก็ได้ไปร่วมกิจกรรมทำตะเกียบที่หอประชุมไม้สลักย้อมสีแดงชาดมูราคามิ และจะส่งมาให้หลังจากนี้ประมาณ 1-3 สัปดาห์ ซึ่งตอนนี้ฉันก็ตั้งตารอของอยู่นะคะ! หลังจากทำตะเกียบแล้วฉันก็ไปร้านจำหน่ายปลาแซลมอน บนเพดานของร้านมีปลาแซลมอนห้อยอยู่ประมาณ 1,000 ตัว ภายในร้านมีจำหน่ายขนมขบเคี้ยวต่างๆ จากปลาแซลมอน และสามารถลองชิมรสชาติได้ ถ้าใครอยากซื้อสินค้าของฝากที่ทำจากปลาแซลมอนล่ะก็ ไม่ควรพลาดที่นี่เลยค่ะ

    ร้านจิโดริเป็นร้านอาหารที่สบายๆ อย่างมาก เพราะนอกจากเซ็ตมื้อกลางวันราคาสมเหตุสมผลแล้วก็ยังมี "เนื้อวัวมูราคามิ" ที่หรูหราอีกด้วย แม้ความชื่นชอบจะต่างกันแต่ก็สามารถหาเมนูที่ต้องการทานได้แน่ค่ะ คนที่ชื่นชอบอาหารทะเลอย่างฉันเลยสั่ง "ดา-มาตะด้ง" ซึ่งใส่อาหารทะเลต่างๆ อย่างไข่ปลาแซลมอนดอง ปลาทูน่า ปลาหมึก และอื่นๆ ค่ะ

    "โรงกลั่นสุราอิมายตสึคาสะ" ค่อนข้างทันสมัยและมุมชิมรสชาติก็เก๋ไก๋เป็นอย่างมาก ชิมรสชาติสุราญี่ปุ่น อามาซาเก (เหล้าหวาน) และซื้อเป็นของฝากได้ด้วยนะคะ
    ฉันเลือกสาเก "ดารุมะมาซามูเนะ" ที่ใส่ทองคำเปลวค่ะ ราคาย่อมเยาและอร่อยจนอยากจะซื้ออีกเลยค่ะ...

รถไฟด่วนพิเศษสายหลัก JR อุเอ็ตสึ
มุราคามิ → นีงาตะ
ประมาณ 45 นาที

รถบัส
นีงาตะเอกิมาเอะ → ฮิงาชิโบริโดริ จูบังโจ
ประมาณ 20 นาที

ถ่ายภาพที่โกโตคุยะจูเบ (สไตล์เกอิชา)more

ถ่ายภาพที่โกโตคุยะจูเบ (สไตล์เกอิชา)

แต่งกายใน "สไตล์เกอิชา" เหมือนกับหลุดมาจาก "ภาพอุคิโยะ" สวมใส่ชุดกิโมโนญี่ปุ่นสุดหรูหรา และจัดแต่งทรงผมให้สวยดูดีมีระดับเพื่อสัมผัสประสบการณ์ความงามแห่งสตรี การถ่ายรูปร่วมกับฉากหลังที่เป็นภาพแปลกตาในสตูดิโอถือเป็นไฮไลต์ที่แตกต่างและน่าตื่นเต้นของการมาเยือนนีงาตะของคุณ

  • PACE CHENG

    เด็กผู้หญิงจะต้องชอบมากแน่นอน สามารถสัมผัสประสบการณ์และถ่ายภาพแบบไม่เหมือนใครได้ แถมราคาก็ย่อมเยาพอประมาณ อาจจะเป็นภาพถ่ายที่แปลกเล็กน้อยแต่คิดว่าผู้ชายก็ควรจะลองเช่นกัน นอกจากนี้การถ่ายภาพวิวของศาลเจ้าหรืออื่นๆ ก็น่าสนใจเช่นกัน แต่จะใช้เวลาเล็กน้อยดังนั้นควรจะมาเยือนในวันที่พักค้างแรมอยู่ในนีงาตะ ไม่ใช่วันที่ต้องกลับโตเกียว

  • มิกะ ริน

    สัมผัสประสบการณ์แต่งเป็นโออิรันได้ที่นีงาตะเช่นกันค่ะ! ฉันตื่นเต้นเพราะเป็นครั้งแรกที่เข้าร่วมกิจกรรมสัมผัสประสบการณ์โออิรันแบบนี้ ใช้เวลาแต่งหน้าและแต่งตัว 1 ชั่วโมง แต่เป็นเวลาที่สนุกมากๆ เลยค่ะ! ได้ยินมาว่าจุดสำคัญของการแต่งหน้าแบบโออิรันนั้นคือการเขียนให้ใบหน้าเล็กและการใช้เครื่องประดับผมหรูหรากับผมทั้งสองข้างเพื่อแก้ไขโครงหน้า เรื่องที่ถูกใจฉันมากที่สุดคือไอเดียเน้น "ลักษณะเฉพาะ" ของตัวบุคคล โดยไม่ทำให้ทุกคนเป็นสไตล์เดียวกันแต่จะเน้นความงามแบบเฉพาะตัวของแต่ละคนตามเอกลักษณ์บนใบหน้า พวกเราไม่ได้ถ่ายภาพในสตูดิโอแต่ไปถ่ายภาพที่บ้านโบราณใกล้ๆ ทำให้ได้บรรยากาศมากๆ ค่ะ

รถบัส ฮิงาชิโบริโดริ จูบังโจ → นีงาตะเอกิมาเอะ ประมาณ 20 นาที

สถานีนีงาตะ

JR Joetsu Shinkansen

สถานีโตเกียว

  • PACE CHENG

    กำหนดการโดยรวมไม่ค่อยมีปัญหา สถานที่เกือบทั้งหมดควรค่าแก่การไปเยือน และสามารถแนะนำให้กับนักท่องเที่ยวชาวฮ่องกงได้

  • มิกะ ริน

    เป็นครั้งแรกที่ฉันไปนีงาตะค่ะ ฉันพึงพอใจอย่างมากกับอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว และการสัมผัสกับประสบการณ์ศิลปะดั้งเดิม มีจุด "ถ่ายภาพสวย" จนรู้สึกอยากจะถ่ายภาพด้วยค่ะ! ส่วนเรื่องอาหารนั้น หลังจากกลับมาถึงโตเกียวแล้วก็ยังคิดถึงซูชิกับโซบะอร่อยๆ ของนีงาตะอยู่เลยค่ะ ฉันให้ระดับความพึงพอใจ 5 ดาวเลย ใช้เวลานั่งรถไฟชินคันเซ็นจากโตเกียวเพียงประมาณ 2 ชั่วโมงเท่านั้น ฉันจะกลับไปอีกให้ได้ในสักวันหนึ่งค่ะ!

เสียงจากนักท่องเที่ยว

คิดว่ากำหนดการเหมาะกับนักท่องเที่ยวทั่วไปครับ โดยเฉพาะกับผู้ที่ต้องการตระเวนชมหลายๆ แห่ง ในด้านการคมนาคมก็ไม่มีปัญหาด้วยเช่นกัน

PACE CHENG
บล็อกเกอร์ท่องเที่ยว
ที่อยู่อาศัย:ชาวฮ่องกง
  • งานอดิเรก

    ท่องเที่ยว อาหาร และศิลปะ

  • จำนวนครั้งที่มาประเทศญี่ปุ่น

    มาเยือนญี่ปุ่นมากกว่า 100 ครั้ง

เสียงจากนักท่องเที่ยว

นั่งรถไฟชินคันเซ็นจากโตเกียวมาถึงนีงาตะโดยใช้เวลาเพียงประมาณ 1-2 ชม. จึงสะดวกมากค่ะ ถ้าคุณอยากสัมผัสประสบการณ์ด้านวัฒนธรรม อาหาร และศิลปะของญี่ปุ่นในแบบที่แตกต่างกับโตเกียว นีงาตะจะเป็นตัวเลือกที่ดีเลยล่ะค่ะ อาหารอย่างซูชิ โซบะ และอื่นๆ ก็อร่อยจนฉันลืมไม่ลงเลยทีเดียว ทำให้มีคนไม่น้อยที่อุตส่าห์ดั้นด้นไปถึงนีงาตะเพื่อสิ่งนี้เลยนะคะ!

มิกะ ริน
ผู้สื่อข่าวด้านการท่องเที่ยว
ที่อยู่อาศัย:โตเกียว
สถานที่เกิด:ฮ่องกง
  • งานอดิเรก

    ท่องเที่ยว ถ่ายภาพ และอาหาร

  • ระยะเวลาที่พักอยู่ในโตเกียว

    2 ปีครึ่ง

เส้นทางอื่นที่แนะนำในภูมิภาคเดียวกัน

แชร์เว็บไซต์นี้ให้ทุกคนกันเถอะ

การเดินทางที่แนะนำ

เส้นทางท่องเที่ยวแนะนำและยอดนิยม

Back to Top

COPYRIGHT © HOKURIKU & TOKYO ALL RIGHTS RESERVED.